Browse By

Monthly Archives: October 2025

นาโปลี ชี้คอนเต้ไม่ได้โหด

ท่ามกลางกระแสข่าวมากมายเกี่ยวกับความเข้มงวดและสไตล์การทำงานของ อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมคนใหม่ของ นาโปลี สโมสรดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ออกมา “ยืนยันชัด” ว่ากุนซือชาวอิตาเลียนรายนี้ไม่ได้เป็นคนโหดอย่างที่สื่อและแฟนบอลบางกลุ่มเข้าใจ แต่กลับเป็นคนที่ “มีความเป็นมืออาชีพสูงสุด” และ “รู้จักบริหารคนได้อย่างยอดเยี่ยม” พร้อมย้ำว่าการมาของคอนเต้คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ทีมจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ข่าวลือเกี่ยวกับความเข้มงวดของคอนเต้ถือเป็นเรื่องที่ติดตัวเขามาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยคุมยูเวนตุส, เชลซี, อินเตอร์ มิลาน จนถึงท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เขามักถูกมองว่าเป็นกุนซือที่มีความเข้มงวดเกินไปในเรื่องระเบียบวินัยและการฝึกซ้อม ถึงขั้นมีข่าวว่านักเตะบางคนรู้สึกอึดอัดกับวิธีการของเขา แต่ดูเหมือนว่านาโปลีภายใต้การบริหารของออเรลิโอ เด ลอเรนติส จะมองต่างออกไป พวกเขาเชื่อว่าความเข้มงวดนั้นคือสิ่งที่ทีมต้องการหลังจากฤดูกาลที่ผ่านมาซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวายและผลงานที่ตกต่ำ เด ลอเรนติส ประธานสโมสรนาโปลี กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่ออิตาเลียนว่า “ผู้คนมักพูดว่าคอนเต้เป็นโค้ชที่ดุและเข้มงวด แต่สำหรับผม เขาไม่ใช่คนโหด เขาเป็นคนที่มุ่งมั่นและต้องการความสมบูรณ์แบบในทุกอย่าง นั่นไม่ใช่ความโหดร้าย แต่คือความเป็นมืออาชีพ เขาทำงานหนักเพื่อทีมและต้องการให้ทุกคนมีมาตรฐานสูงสุด ซึ่งนั่นคือสิ่งที่นักเตะของเราต้องเรียนรู้” คำพูดนี้ของเด ลอเรนติสได้รับการสนับสนุนจากผู้เล่นหลายคนในทีมที่ออกมาชื่นชมการทำงานของคอนเต้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา

โคโม่ ชี้เชสจะช่วยเลือกโค้ชหากลาตำแหน่ง

สโมสร โคโม่ ทีมดังจากศึกกัลโช่ เซเรีย บี อิตาลี ออกมาเปิดเผยถึงทิศทางของทีมในอนาคต โดยยืนยันว่า หากวันใด เชสก์ ฟาเบรกาส ตัดสินใจอำลาตำแหน่งหัวหน้าโค้ช สโมสรจะมอบอำนาจให้เขามีส่วนร่วมในการเลือกผู้จัดการทีมคนต่อไปด้วย เหตุผลเพราะอดีตกองกลางทีมชาติสเปนรายนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางรากฐานของสโมสร ทั้งในแง่แท็กติก วิสัยทัศน์ฟุตบอล และการสร้างวัฒนธรรมของทีม ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่ทำให้โคโม่เปลี่ยนจากทีมกลางตารางในลีกล่าง สู่การเป็นทีมที่มีเป้าหมายเลื่อนชั้นสู่เซเรีย อา นับตั้งแต่เชสก์ ฟาเบรกาส เข้ามารับตำแหน่งโค้ชของโคโม่เมื่อปี 2023 หลังแขวนสตั๊ดกับทีมแห่งนี้ เขาได้พลิกโฉมสโมสรทั้งในด้านสไตล์การเล่นและทัศนคติของนักเตะ จากเดิมที่เป็นทีมที่มักเน้นเกมรับและสวนกลับ กลับกลายเป็นทีมที่เน้นการครองบอลและสร้างเกมอย่างมีระบบ ฟาเบรกาสนำแนวคิดฟุตบอลแบบสเปนผสมผสานกับความละเอียดของฟุตบอลอิตาเลียน จนทำให้โคโม่กลายเป็นทีมที่น่าจับตามองมากที่สุดทีมหนึ่งในลีก เซเรีย บี ในช่วงเวลาเพียงไม่นานภายใต้การคุมทีมของเขา โคโม่สามารถยกระดับผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จากทีมที่เคยหนีตกชั้นกลายเป็นทีมที่มีลุ้นเพลย์ออฟเลื่อนชั้น ซึ่งทำให้ชื่อของฟาเบรกาสถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการฟุตบอลอิตาลี และสื่อหลายสำนักคาดว่าเขาอาจจะก้าวขึ้นไปคุมทีมในระดับสูงในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม สโมสรโคโม่ออกมายืนยันว่า ไม่ว่าฟาเบรกาสจะอยู่หรือไม่ เขาจะยังคงเป็นบุคคลสำคัญในการวางทิศทางของทีมต่อไป ประธานสโมสรโคโม่กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่ออิตาเลียนว่า “เชสก์ไม่ใช่แค่โค้ชของเราเท่านั้น เขาคือส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของสโมสร เราเชื่อมั่นในวิธีคิดและแนวทางฟุตบอลของเขา

ทีมชาติสวีเดน วิจารณ์ฟอร์มการเล่นของ โยเคเรส และอีซัค

เกมอุ่นเครื่องระดับทีมชาติที่หลายคนคาดหวังว่าจะเป็นเวทีให้ ทีมชาติสวีเดน ได้เรียกศรัทธากลับคืนหลังผลงานย่ำแย่ในช่วงหลัง กลับกลายเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสียงวิจารณ์และความผิดหวัง เมื่อพวกเขาพ่ายแพ้ต่อทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ไปแบบหมดรูป 0-2 คาบ้านต่อหน้าแฟนบอลกว่า 40,000 คนที่โซลน่า สตาดิโอน ผลการแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความมั่นใจของทีม แต่ยังทำให้สองกองหน้าความหวังใหม่อย่าง วิคเตอร์ โยเคเรส และ อเล็กซานเดอร์ อีซัค กลายเป็นเป้าหมายหลักของเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อและแฟนบอลทั่วประเทศ ก่อนเกมนี้ ทีมชาติสวีเดนภายใต้การนำของกุนซือ ยานน์ อันเดอร์สสัน ถูกคาดหวังว่าจะกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้น หลังจากตกรอบฟุตบอลยูโร 2024 รอบคัดเลือกไปอย่างน่าผิดหวัง ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่าเกมอุ่นเครื่องกับสวิตเซอร์แลนด์เป็นโอกาสสำคัญในการปรับจูนทีมใหม่และเรียกความเชื่อมั่นกลับมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามกลับสวนทางกับความคาดหวังโดยสิ้นเชิง ตลอดทั้ง 90 นาที สวีเดนแทบไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสจบสกอร์ได้เลย แม้จะมีสองกองหน้าที่ฟอร์มร้อนแรงในระดับสโมสรอย่างโยเคเรสจากสปอร์ติง ลิสบอน และอีซัคจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ลงสนามพร้อมกัน แต่ทั้งคู่กลับขาดความเข้าใจในจังหวะการเล่นร่วมกันอย่างเห็นได้ชัด จนเกมรุกของทีมขาดความเฉียบคมและดูไร้ไอเดีย ประตูที่สวิตเซอร์แลนด์ได้จากการยิงของรูเบน วาร์กาสในครึ่งแรก และเซอร์ดาน ชากิรีในครึ่งหลัง กลายเป็นภาพสะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างทีมที่มีระบบและทีมที่ขาดความสมดุล เกมรุกของสวีเดนดูขาดพลังและความเชื่อมั่น

ลิเวอร์พูล กระตุ้นก็ต้องการ มาร์ค เกฮี

สโมสรลิเวอร์พูล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่าได้เริ่มต้นการเคลื่อนไหวอย่างจริงจังในการไล่ล่าตัว มาร์ค เกฮี (Marc Guéhi) ปราการหลังตัวเก่งของคริสตัล พาเลซ หลังจากทีมงานด้านเทคนิคและผู้บริหารของ “หงส์แดง” ได้ระบุชื่อของกองหลังทีมชาติอังกฤษรายนี้ไว้ในลิสต์ลำดับต้น ๆ ของเป้าหมายเสริมทัพช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ปี 2025 เพื่อเข้ามาเป็นกำลังหลักระยะยาวในแนวรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคหลังของเวอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่เริ่มเข้าสู่วัย 30 ปลาย ๆ รายงานจากสื่ออังกฤษหลายสำนักเปิดเผยตรงกันว่า ลิเวอร์พูลภายใต้การดูแลของผู้จัดการทีมคนใหม่ (ซึ่งเข้ามาสืบทอดต่อจากเยอร์เก้น คล็อปป์) ต้องการสร้างทีมที่มีโครงสร้างแข็งแรงและยั่งยืนในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับแนวรับเป็นพิเศษ หลังจากในฤดูกาลก่อนทีมประสบปัญหาเรื่องความต่อเนื่องจากอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลายคน ทั้งอิบราฮิม่า โกนาเต้, โจเอล มาติป และโจ โกเมซ ซึ่งทำให้ต้องหมุนเวียนผู้เล่นตลอดทั้งฤดูกาล การเสริมแนวรับจึงเป็นภารกิจหลักของฝ่ายบริหารในซัมเมอร์หน้า และชื่อของมาร์ค เกฮีคือเป้าหมายที่ได้รับการเห็นชอบจากทุกฝ่าย เกฮีในวัย 24 ปี ถือเป็นหนึ่งในกองหลังดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดของพรีเมียร์ลีกเวลานี้

เนสต้ายก ฟาน ไดค์ กองหลังดีที่สุดในโลก

อเลสซานโดร เนสต้า ตำนานกองหลังทีมชาติอิตาลี ออกมากล่าวยกย่อง เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังจอมแกร่งของลิเวอร์พูล ว่าเป็น “กองหลังที่ดีที่สุดในโลก” ณ เวลานี้ พร้อมอธิบายถึงเหตุผลเชิงลึกว่าทำไมเขาถึงมองว่าแนวรับชาวดัตช์รายนี้แตกต่างจากกองหลังคนอื่น ๆ ทั้งในยุคปัจจุบันและยุคก่อนหน้า คำชื่นชมจากหนึ่งในสุดยอดแนวรับตลอดกาลอย่างเนสต้าทำให้แฟนบอลทั่วโลกหันกลับมามองบทบาทของฟาน ไดค์อีกครั้งว่าเขายังคงเป็นเสาหลักที่ยืนหยัดในยุคฟุตบอลที่เกมรุกเหนือชั้นขึ้นทุกวันได้อย่างไร เนสต้ากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่ออิตาลีว่า “ถ้าพูดถึงกองหลังที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกตอนนี้ ผมไม่ลังเลเลยที่จะบอกว่าคือเวอร์จิล ฟาน ไดค์ เขามีทุกอย่างที่กองหลังยุคใหม่ต้องมี ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งทางร่างกาย ความนิ่ง การอ่านเกม และที่สำคัญคือความเป็นผู้นำในสนาม” คำพูดนี้จากปากของอดีตกัปตันทีมเอซี มิลาน ผู้เคยคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และฟุตบอลโลกระดับสโมสร ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับการยกย่องครั้งนี้อย่างมาก สำหรับแฟนบอลยุคใหม่ที่อาจไม่ทันเห็นเนสต้าในช่วงพีค ชื่อของเขาคือสัญลักษณ์แห่งคำว่า “กองหลังเพอร์เฟ็กต์” เขาเป็นต้นแบบของการเล่นเกมรับที่เน้นความเข้าใจในตำแหน่งและการอ่านจังหวะมากกว่าการพุ่งเข้าปะทะโดยไม่จำเป็น เขาเคยต้องรับมือกับกองหน้าระดับตำนานอย่างเธียร์รี่ อองรี, เฟร์นานโด ตอร์เรส และโรนัลโด้ในยุคทองของซีรีเอ ดังนั้นเมื่อคนอย่างเนสต้ากล่าวยกย่องใครในฐานะกองหลังที่ดีที่สุดในโลก มันย่อมไม่ใช่คำพูดที่กล่าวลอย

ซูบีเมนดี้ เผยเหตุผลที่ตัดสินใจปฎิเสธร่วมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อซัมมอร์ 2024

มาร์ติน ซูบีเมนดี้ มิดฟิลด์ชาวสเปนของ อาร์เซน่อล ออกมาเปิดใจถึงเหตุผลที่เขาตัดสินใจปฏิเสธโอกาสในการย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2024 ที่ผ่านมา แม้จะได้รับความสนใจจากหลายสโมสรใหญ่ในยุโรป รวมถึงข้อเสนอที่ดึงดูดใจจากแอนฟิลด์ แต่เจ้าตัวกลับเลือกจะเดินหน้ากับเส้นทางใหม่ในลอนดอนเหนือภายใต้การคุมทีมของมิเกล อาร์เตต้า โดยเผยว่าการตัดสินใจครั้งนี้มาจาก “ปรัชญาและแนวทางการเล่น” ที่สอดคล้องกับตัวเองมากกว่าปัจจัยเรื่องเงินหรือชื่อเสียง ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงกลางปีที่ผ่านมา ชื่อของซูบีเมนดี้กลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เขาเป็นหัวใจหลักของเรอัล โซเซียดาด ทีมดังแห่งแคว้นบาสก์ ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในลาลีกาและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก การเล่นที่นิ่ง เฉียบคม และมีวินัยสูงทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น “มิดฟิลด์เชิงลึกที่ดีที่สุดคนหนึ่งของสเปน” การควบคุมจังหวะเกม การตัดบอล และการจ่ายบอลแบบแม่นยำคือจุดแข็งที่โดดเด่นของเขา สโมสรยักษ์ใหญ่อย่างลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิค ต่างจับตามองสถานการณ์ของซูบีเมนดี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะลิเวอร์พูลที่ในตอนนั้นกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังการจากไปของกัปตันทีมจอร์แดน เฮนเดอร์สัน และฟาบินโญ่ ที่ย้ายไปเล่นในลีกซาอุดีอาระเบีย ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ต้องการมิดฟิลด์ตัวรับคนใหม่ที่สามารถครองบอลและเชื่อมเกมได้ ซึ่งซูบีเมนดี้ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งด้วยอายุที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเต็มที่และคุณภาพการเล่นระดับสูง